ข่าว | ดารา | บันเทิง | เกมส์ | เพลง | วีดีโอ | ดวง | ไลฟ์สไตล์ | อารมณ์ดี | พาสปอร์ต | สตูดิโอ | แฟนคลับ
       
Clinique Even Better Clinical Dark Spot Corrector Ingredients : water\aqua\eau, dimethicone ,isododecane, cyclopentasiloxane, polysilicone-11, butylene glycol, ascorbyl glucoside, peg-10 dimethicone, curcuma longa (turmeric) root extract, oryza sativa (
14 May 14:15 | 10 views
14 May 14:15 | 8 views
3 May 15:15 | 121 views
เริ่มจาก กระตุ้นหนังศีรษะ อาจจะใช้แปรงสำหรับนวดหนังศีรษะหวีให้ทั่ว หรือจะใช้ปลายนิ้วนวดหนังศีรษะเบา ๆ ประมาณ 2-3 นาที ก่อนสระผม จากนั้นสระผมด้วยแชมพูและคอนดิชันเนอร์ที่มีส่วนผสมของส...
  
‘ใบหน้า' มักเป็นส่วนแรกที่คนนึกถึง และดูแลใส่ใจเป็นพิเศษ จึงเกิดเทรนด์ใหม่ของการบำรุงผิวหน้าที่เรียกว่า "เฟส แม็ปปิ้ง" การ วิเคราะห์สุขภาพผิวหน้าควบคู่ไปกับปัญหาของสุขภาพร่างกาย เป็นภูมิปัญญาในศา...
  
สร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย อย่างเป็นธรรมชาติ หน้าหนาวมาเยือน แม่หนอนสังเกตเห็นว่าคนรอบข้างไม่สบายไปตามๆกัน จะไปไหน ทำอะไรก็ต้องพกยาติดตัวกันไปเป็นกระปุก ๆ สำหรับคนที่ไม่สบายก็ต้องขยั...
  
Clinique Even Better Clinical Dark Spot CorrectorIngredients : water\aqua\eau, dimethicone ,isododecane, cyclopentasiloxane, polysilicone-11, butylene glycol, ascorbyl glucoside, peg-10 dimethicone, curcuma longa (turmeric) root extract, oryza sativa (rice) bran extract, citrus grandis (grapefruit) peel extract, hordeum vulgare (barley) extract\extrait d'orge, triticum vulgare (wheat) germ extract, betula alba (birch) bark extract, cucumis sativus (cucumber) fruit extract ,dimethoxytolyl propylresorcinol, scutellaria baicalensis root extract, morus bombycis (mulberry) root extract, trametes versicolor extract, saccharomyces lysate extract, yeast extract\faex\extrait de levure, peg-6, tromethamine, salicylic acid, polysorbate 20, cholesterol ,isohexadecane, propylene glycol dicaprate, helianthus annuus (sunflower) seedcake, caffeine, tocopheryl acetate, acetyl glucosamine, simethicone, glycyrrhetinic acid, polysorbate 80, sodium hyaluronate, di-c12-18 alkyl dimonium chloride, sodium rna, squalane, sodium sulfite, sodium metabisulfite, caprylyl glycol, hexylene glycol, ammonium acryloyldimethyltaurate/vp copolymer ,acrylamide/sodium acryloyldimethyltaurate copolymer, disodium edta ,phenoxyethanol, yellow 6 (ci 15985), yellow 5 (ci 19140)กุ้งเชื่อว่าทุกวันนี้ คงจะไม่มีใครไม่รู้จักไวท์เทนนิ่งที่มาแรงอย่าง “ Even Better Clinical Dark Spot Corrector “ จาก Clinique (คลีนิกข์) นะครับ เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกสื่อและถูกพูดถึงเยอะมาก ทั้งยังติดอันดับ The Best Whitening Product หลายต่อหลายสำนัก ด้วยรางวัลนานาชาติอีกกว่า 60 รางวัล เพราะความที่สูตรนี้มีประสิทธิภาพในการปรับสีผิวสูงกว่าสูตรอื่นๆ ช่วยลดรอยดำ ได้ดี แถมยังอ่อนโยนด้วย(ไม่มีผลข้างเคียงเหมือนยาทาฝ้า) ส่วนผสมหลักที่เป็นหัวใจคือ ‘ CL-302 COMPLEX ’ ที่ประกอบด้วยสารประกอบ 5 ชนิด คือ Dianella Ensifolia (Border Silver)(ต่อต้านอนุมูลอิสระ), Glucosamine(อนุพันธ์น้ำตาล - ช่วยผลัดผิว เร่งการหลุดของขี้ไคล), Salicylic Acid(BHA - ผลัดผิว ลดสิวอุดตัน), Ascorbyl Glucoside(อนุพันธ์วิตามินซี - ปรับผิวขาว ลดเม็ดสี กระตุ้นคอลลาเจนได้บ้าง ) และ Blackout Yeast Extract (สารสกัดจากยีสต์ – มี Enzyme ที่มีหน้าที่ย่อยเม็ดสี ทำให้เกาะตัวกันน้อยลง)วิธีใช้ : ทาวันละ 2 ครั้ง ให้ทั่วใบหน้า และหลีกเลี่ยงบริเวณใกล้ดวงตา(เคลมว่าเห็นผล ผิวดูกระจ่างใสขึ้น 42 – 46 % ใน 1 เดือน)ราคา : 30ml. 2,600 baht / 50ml. 3,700 baht-------------------------------------------------------------------------------------------สรุปสิ่งนี้คืออะไร ? :เป็นเซรั่มสำหรับแก้ปัญหา hyperpigmentation หรือ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ( พวกรอยสีดำทั้งหลาย อาทิเช่น รอยฝ้า รอยกระ รอยดำจากสิว เป็นต้นครับ)มีหลักการทำงานอย่างไร ? :ลดความเข้มของจุดที่ดำผิดปกติ โดยไม่ระคายเคืองผิว(ปกติตำรับยาแก้ฝ้า จะระคายเคืองผิว ทำให้ผิวอารมณ์เสีย ไม่สบาย จนแสดงอาการข้างเคียงออกมา เช่น ผิวแดง ไวแสง ลอกเป็นขุย เป็นต้นครับ )ส่วนผสมหลัก/ที่ออกฤทธิ์ แบ่งเป็น 4 กลุ่มนะครับ :1. ลดเม็ดสีด้วย Dianella Ensifolia (Border Silver) + Ascorbyl Glucoside + Blackout Yeast Extract + Trametes Versicolor Extract (สารสกัดจากเห็ดชนิดหนึ่ง)2. ขจัดผิวที่เสื่อม ลอกขี้ไคล ผลัดเซลล์ผิว Glucosamine + Salicylic acid (BHA)3. ต่อต้านความเสื่อมของเซลล์ ลดอนุมูลอิสระ Curcuma Longa Turmeric Root Extract + Scutellaria Baicalensis Root Extract4. ต่อต้านการระคายเคือง Glycyrrhetinic acid + Turmeric Root Extract เนื้อสัมผัส / สี :เป็นเนื้อโลชั่นกึ่งเจล สีน้ำนมออกสีตุ่นๆเหลืองๆหน่อย เกลี่ยง่าย เรียบและลื่น เนียนไปกับผิว และไม่มีกลิ่นน้ำหอม(เพราะSkin Care ของแบรนด์นี้จะไม่ใส่น้ำหอม)ตัวอย่างรางวัลที่ได้รับ :Best of Beauty 2011 and 2010; Readers' Choice 2011; Readers' Choice Breakthrough 2011 และอีก 50 กว่ารางวัล เหมาะกับใคร : ทุกเพศทุกวัย ทุกเชื้อชาติ สภาพผิวทุกประเภทที่มีปัญหาเกี่ยวกับเม็ดสีดำ/เมลานินมากผิดปกติเช่น มีรอยดำจากสิวที่อักเสบ มีรอยฝ้า รอยกระ ผิวคล้ำแดด หน้าหมองคล้ำ ต้องการปรับสีผิวให้หน้าไบร์ทขึ้น โดยอาจมีผิวบอบบางจนไม่สามารถใช้ Whitening ทั่วไปได้ เป็นต้นไม่เหมาะกับใคร :1. ไม่เหมาะกับผู้ที่คาดหวังสูงเกินไป เช่น เป็นคนผิวคล้ำแต่กำเนิด(ดำแต่เกิด - เกิดมาดำ) แล้วคาดหวังว่าใช้แล้วจะสามารถเปลี่ยนเป็นคนขาว/หน้าขาวเหมือนดารา คงต้องผิดหวังเพราะไม่มี Product ใดโลกนี้ที่จะเปลี่ยน DNA ของเราได้ ดังนั้นเซรั่มตัวนี้ก็ไม่เหมาะกับผู้ที่คาดหวังสูงเกินไป 2. ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงซิลิโคน / มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย / ผิวอุดตันง่าย3. ไม่เหมาะกับผู้ที่ใช้น้ำเปล่าล้างหน้า (เพราะน้ำเปล่า มันล้างเซรั่มตัวนี้ไม่ออก ทำให้สิวขึ้นได้ 4. ไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่ใช้ครีมกันแดด เพราะขณะที่ใช้เซรั่มปรับสีผิว หรือเซรั่ม/ครีมลดรอยดำทุกประเภท จะต้องหลีกเลี่ยงแสงแดด และปกป้องผิวเป็นพิเศษ (ไม่อย่างนั้น ใช้เท่าไหร่ ก็จะไม่เห็นผลสักทีนะครับ)------------------------------คุณสมบัติกล่าวอ้าง :คำโฆษณา : Even Better Clinical Dark Spot Corrector ถูกสร้างสรรค์เป็นพิเศษเพื่อผิวชาวเอเชียความเห็นส่วนตัว : จริงๆแล้ว ผิวของฝรั่งก็เกิดจุดด่างดำได้ง่ายไม่แพ้ชาวเอเชีย แต่ชาวเอเชียจะใส่ใจดูแลเรื่องนี้มากกว่า เพราะต้องการมีผิวที่ขาวเนียนกระจ่างใสไร้ที่ติมากกว่าฝรั่ง (ไวท์เทนนิ่งจะขายดีในเอเชีย ในขณะที่ฝรั่งจะนิยมผลิตภัณฑ์ปรับผิวแทน หรือถ้าต้องการลดรอยดำจริงๆ ก็จะนิยมใช้สินค้าที่มีคำว่า Brightening / Dark Spot Corrector / Even Skin tone หรือ Spot treatment มากกว่า เพราะเค้าไม่ต้องการหน้าขาว แค่ต้องการให้สีผิวสม่ำเสมอ ไม่กระด่างกระดำ)------------------------------คำโฆษณา : ใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ที่มีชื่อว่า “ CL-302 Complex “ ความเห็นส่วนตัว : เทคโนโลยีนี้มีสารทั้งหมด 5 ตัวด้วยกัน นั่นคือ Dianella Ensifolia (Border Silver) + Glucosamine + Salicylic Acid + Ascorbyl Glucoside และ Blackout Yeast Extractซึ่งจะเห็นได้ว่า 4 ใน 5 สาร เป็นสารที่ใช้กันมานานแล้วในวงการไวท์เทนนิ่ง เช่น BHA, Ascorbyl Glucoside, Glucosamine และ Blackout Yeast Extract ซึ่งไม่ใช่เทคโนโลยีที่ใหม่เอี่ยมอะไร แต่จะมี Dianella Ensifolia (Border Silver) ที่ใหม่จริง อะไรจริง เป็นพืชที่เค้าเคลมว่าช่วยลดรอยดำได้ และมีสาร Anti-Oxidant สูงมาก และถือเป็นเจ้าแรกที่ใช้พืชชนิดนี้ในวงการเครื่องสำอางนั่นเองครับ ( แต่ผ่านไปได้ไม่นาน ก็มีการนำสารนี้ไปใช้ใน GoodSkin Labs รุ่น Equinol Dark Spot Conentrate ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกันนั่นเองครับ )------------------------------คำโฆษณา : Even Better Clinical Dark Spot Correctorเหมาะกับผิวบอบบางที่ไม่สามารถต้านทานต่อการระคายเคืองและความไม่มีชิวิตชีวาที่มักต้องเผชิญเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ปรับสีผิวตัวอื่นๆความเห็นส่วนตัว : ก็ถ้าเอาไปเปรียบเทียบกับครีมทาฝ้า- ยาหมอ สูตรไฮโดรควิโนน 4 % , กรดวิตามินเอ(เรตินเอ) ก็แน่นอนว่าเซรั่มสูตรนี้ของ Clinique ต้องอ่อนโยนกว่าแน่ๆ ไม่มีผลข้างเคียง หน้าไม่ลอก ไม่แสบแดง แต่ถ้าเปรียบเทียบกับเซรั่มปรับผิวขาวยี่ห้อระดับเคาท์เตอร์แบรนด์เหมือนกัน เช่น เทียบกับ Estee Cyber white Essence ก็พบว่าไม่มีผลข้างเคียงเหมือนกัน แต่ Clinique จะได้เปรียบกว่า ก็ตรงที่ไม่มีน้ำหอมนี่แหละครับ------------------------------------------------- ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้ ส่วนจะใช้ดีหรือใช้ไม่ดี / แพ้หรือไม่แพ้นั้น เป็นเรื่องการตอบสนองของผิวแต่ละคนของแบบนี้ ต้องทดลองใช้ด้วยตัวเอง ถึงจะได้คำตอบที่ดีที่สุดนะครับ .. = Sponsored Item =From CLINIQUE-------------------------------------------------------------------------------KUNGINTERHealth And BeautyBlogger( Studying Master ofScience program in Anti - Aging and Regenerative Science )MFU UniversityBangkok,Thailand• ขอขอบคุณ ภาพประกอบจากนิตยสาร Marie Claire
by kunginter | 10 views
11 May 16:51
สเปรย์น้ำแร่ใช้อย่างไรดี.. น้ำแร่ สิ่งที่หลายคนใช้ หลายคนอยากใช้ หลายคนไม่กล้าใช้ หลายคนไม่รู้ว่าใช้ทำอะไร หลายคนไม่รู้ว่าจะใช้ไปเพื่ออะไร วันนี้ผมเลยมาพูดเกี่ยวกับสเปรย์น้ำแร่ให้กระจ่าง จากวีดีโอตัวนี้เลยนะครับ
by bryantan | 792 views
9 May 13:27
Spring Summer 2012 by Jaspal สวัสดีครับชาว Hunsa.com ทุกท่านกลับมาเจอกันอีกครั้งในครับ เวลาช่างผ่านไปเร็วจริงๆ ตั้งแต่กอฟท์เริ่มเข้ามาเขียรแชร์ข้อมูลต่างๆ ให้กับเพื่อนทุกท่านส่วนมากก็จะเป็นแบรนด์ต่างประเทศส่วนมากใช่ไหมครับ วันนี้กอฟท์เลยขอนำเสนอแบรนด์ไทยติดตลาดแบรนด์ใหญ่อย่าง Jaspal กันบ้างดีกว่าครับ แบรนด์ Jaspal เป็นแบรนด์ไทยแท้ๆ ที่ติดตลาดอยู่คู่กับวงการแฟชั่นไทยมาเป็นสิบปี ยิ่งในช่วงหลายปีมานี้ ยิ่งเรียกว่าเป็นปีทองของแบรนด์นี้เลยทีเดียวครับ ซึ่งถึงแม้จะมีแบรนด์คู่แข่งจากเมืองนอกเข้ามากในกลุ่มเดียวกัน แต่ก็ยังไม่สามารถต่อกรได้สักทีเดียวครับ แต่ Jaspal ก็ขยับ และพัฒนาฝีมือการตัดเย็บ แบบที่ดีขึ้นกว่าแบรนด์คู่แข่งไปไม่น้อยในช่วงหลังครับ วันนี้กอฟท์เลยขอนำเอาแฟชั่นเล็กๆ น้อยๆ จาก Look Book มาให้ชมกันเพลิน ถือว่าเพื่อเป็นการสนับสนุนแบรนด์ไทยให้ก้าวไกลไปทั่วโลก (ตอนนี้มีสาขาที่มาเลเซียแล้วด้วยนะครับ) ถือว่าไม่ธรรมดาทีเดียวครับ แฟชั่นเซทนี้ของ Jaspal ก็ถือว่ามาเต็มครบไลน์ Spring Summer 2012 กันเลยทีเดียวครับ ค่อยๆ ชมกันไปเรื่อยๆ ครับ ตั้งแต่ไลน์ Cruise Collection ทียังคงมาแบบแนวนาวีใช้ลายเส้นใหญ่ตัดกับเพื่อนสีขาว หรือแม้กระทั่งผ้าพิมพ์ลายกราฟฟิคสีสันสดใส เนื้อผ้าเบา สบาย ตัดเป็นเสื้อกล้าม หรือเสื้อหลวมๆ ใส่กับกางเกงขาสั้น เอาไว้เดินเล่นในวันสบาย หรือจะใส่เดินริมหาดเวลาเที่ยวทะเลก็คล่องตัวครับ หรือจะเป็น Maxi dress ที่ยังได้รับความนิยมลากยาวจนถึงปีนี้ครับ จนถึงการนำผ้าพันคอมาใช้ประยุกต์เป็นคล้องคอ หรือเสื้อเพิ่มเลเยอร์ และลูกเล่นในคราวเดียว ต่อมาที่ชุดทางการชึ้นมาอย่างชุดกึ่งทางการครับ ที่ใช้เสื้อเชิต หรือกางเกงทรงขาใหญ่ให้ลุคที่ดูสมาร์ทขึ้น สามารถใส่กับผู้ที่ทำงานออฟฟิตแบบสบายๆ หรือจะใส่ออกงานที่กึ่งทางการได้ แต่ยังคงมีสีสันที่รับกับซัมเมอร์แบบนี้ครับ เปลี่ยจากสีเดิมๆ อย่าง ขาว เทา ดำ น้ำตาล บ้างก็สนุกขึ้นเช่นกันนะครับ มากันที่เดรสสั้นสนุกๆ กันบ้างดีกว่าครับ งานนี้ Jaspal จุดลายสีสันสดใสตั้งแต่กราฟฟิติ ไปจนถึงลายหัวใจ และดอกไม้มาตัดชุดเดรสสั้นเพิ่มความสดใสให้กับซัมเมอร์นี้ เรียกได้ว่าสาวๆ จัดสีสันมาใส่กันได้อย่างสนุกเต็มที่เลยครับ มากันที่การแต่งกายของผู้ชายกันบ้างครับ เริ่มกันที่กางเกงขาสั้นเลยครับ งานนี้ Jaspal ก็เลยจัดขาสั้นสีสันสดใสมาให้เต็มที่ตั้งแต่ เขียว แดง ส้ม น้ำเงิน นำมาแต่งกับเสื้อยืด หรือเชิตสดใส ได้อย่างสดใส ใส่เดินเล่นในเมือง หรือทะเลก็ไม่เอาท์แน่นอนครับ หรือจะเป็นเสื้อยืดแบบตัดต่อเพิ่มสีสัน แบบกึ่งทางการขึ้นมาหน่อย ทางแบรนด์ก็หา คาดิแกน หรือสเวตเตอร์สีสันสวยๆ มาให้มิกซ์ แอนด์ แมช เพิ่ม จากการแต่งเชิต กับ แสล็คธรรมดาอย่างที่เคยเป็นมาก็ช่วยให้คุณหนุ่มแต่งได้สนุก และมีสีสันมากยิ่งขึ้น ต่อมากันที่ชุดทางการอย่างสูทตอบรับซัมเมอร์ด้วยการออกแบบหูกระต่ายสีสันสดใส หรือเนกไท หรือเสื้อสีสันด้านในก็เพิ่มความสนุกรับซัมเมอร์ได้อีกทางครับ เป็นยังไงกันบ้างครับ อย่าลืมนะครับ ซัมเมอร์แบบนี้ ลองหาเครื่องประดับ หรือการแต่งตัวในชีวิตประจำวันที่เคยแต่งตัวด้วยสีเรียบๆ ลองหาพร๊อพสีๆ หรือจะเสื้อคลุมอะไรก็ได้ที่เป็นสีๆ มามิกซ์ แอนด์แมชเพิ่มเติมจากการแต่งตัวประจำวัน เป็นการเปลี่ยนการแต่งตัวรับบรรยากาศร้อนๆ ด้วยความสดใสกันนะครับ แล้วเจอกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ ปล แถมกระเป๋าน่ารักๆ และรองเท้ารับซัมเมอร์ให้อีกเพิ่มเติมครับ ขอบคุณภาพทั้งหมดจาก Jaspal ครับ
by bizzare | 766 views
23 Mar 11:28
“Update รองเท้าส้นสูง Summer 2012 จากแบรนด์ต่างๆ” สวัสดีครับ ชาวเว็บ Hunsa.com กลับมาเจอกันอีกแล้วในวันหยุดสุดท้ายของสัปดาห์ครับ วันเวลามันช่างผ่านไปเร็วจริงๆ ครับ วันนี้กอฟท์อยากจะมาอัพเดทเกี่ยวกับ รองเท้า สำหรับ Spring/Summer 2012 กันครับ ก็เอามาให้ชมกันเพลินๆ นะครับ มาดูกันว่าดีไซเนอร์ต่างประเทศเขาออกแบบสู้ตายกันจริงๆ เพราะถือว่ามีความสำคัญเท่ากับเสื้อผ้าหน้าผมจริงๆ ครับ แต่ว่าไม่ต้องตกใจกันไปนะครับ ที่บางคู่อาจจะเวอร์ และล้นๆ กันไปเสียหน่อย เอาเป็นว่าอย่างที่กอฟท์บอกดูกันเพลินๆ เป็นแรงบันดาลใจในการแต่งตัวแล้วกันนะครับ กอฟท์ขออนุญาติเอามาให้ชมกันเพียงบางแบรนด์ที่โดดเด่น และถูกจับตามองที่สุดของ Summer 2012 นี้นะครับ ในแง่การออกแบบนะครับ ไม่งั่นจะมีเยอะมาก ดูกันเป็นวันๆ ไม่หมดเลยทีเดียวครับ มากันที่แบรนด์แรกเป็นเจ้าของพื้นรองเท้าสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์นั้นก็คือ Christian Louboutin ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ด้วยส้นสีแดง และยังคงใช้การเสริมความงามของรองเท้าด้วยหมุดแหลมสีเงินในส่วนหัว เรียกว่าโดดเด่นมากๆ ครับในปีนี้ แบรนด์ใหญ่ต่อมาอย่าง Alexander McQueen ที่เรียกว่าตั้งแต่เปลี่ยนดีไซเนอร์อาจจะยังไม่มีอะไรโดดเด่นมาเท่าไร แต่ปีนี้ดีไซเนอร์คนใหม่จัดเต็มจริงๆ ครับ ด้วยรองเท้าที่ออกแบบมาอย่างคลาสสิคไร้ส้นรองเท้า แต่ยังคงเดินได้แบบปกติ และสง่างามได้เหมือนเดิมครับ แถมใช้ลูกไม้ประดับให้ออกแนวหวานเพิ่มเติมด้วยครับ เจ้าพ่อคู่รันเวย์อย่าง Dolce and Gabbana ปีนี้ถือว่าไม่ได้ออกรองเท้าออกมาหวือหวามาก แต่ไปเน้นลวดลายบนรองเท้าแทนโดยใช้ผ้าพิมพ์ลายที่ออกแบบไว้ในการทำเสื้อผ้ามาผสมผสานกันลายสีในการออกแบบรองเท้า ให้นำมาตั้งแต่ตัวได้เข้าชุดกันครับ แถมยังดูเป็นลุคซัมเมอร์ โดยให้ผ้าสามารถพันขึ้นมาที่ขาได้ด้วย เรียกว่ามีกิมมิคเล็กๆ ครับ Balenciaga ที่โด่งดังมาจาก กระเป๋ารุ่น Motorcycle ที่ฮิตติดลมบนกันไปแล้ว ปีนี้ได้ส่งรองเท้าสไตล์เอวองการ์ดมาให้เหล่าสาวกได้หามาสวมใส่กันอีกครับ กอฟท์มองว่าอาจจะดูอวกาศไปหน่อย แต่ก็ได้ความแปลกใหม่นะครับ แต่งตัวเรียบๆ แล้วหารองเท้าออกแบบเด่นๆ มาสวมใส่สักคู่ก็ฟินนิชลุคได้ครับ ไหนๆ ก็เอวองการ์ด ก็เพิ่มเติมแนวเดียวกันอีกสักแบรนด์อย่าง Prada ที่หลังๆ อาจจะเงียบกันไปหน่อย ไม่มีอะไรหวือหวาออกมามาก ปีนี้จึงปล่อยรองเท้าออกมาแย่งพื้นที่แมกกาซีนสักหน่อยด้วยรองเท้าส้นสูงสไตล์ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากไฟ เรียกว่าเก๋ไม่หยอกครับ เป็นยังไงกันบ้างครับ Spring Summer 2012 นี้ ถือว่าแต่ละแบรนด์งัดรองเท้ามาสู้กันสุดๆ ครับ แต่ไม่ต้องตกใจกันไปว่าเมืองไทยจะใส่ไปเดินที่ไหนกัน ถือว่ากอฟท์เอามาให้ชมกันเล่นๆ เพลินๆ เผื่อจะได้เอามาเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งตัวให้สนุกๆ มีสีสันรับ Summer ช่วงสงกรานต์กันนะครับ ... เจอกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ ...
by bizzare | 693 views
16 Mar 14:34
ต้อนรับกับลมร้อนในประเทศไทยบ้านเรา กับ Beautilicious La Vie En Rose รุ่นที่ 2 วันนี้มาพบกับออน พร้อมกับ Review เครื่องสำอางกับเว็บ Hunsa.com กันเป็นครั้งแรกนะคะช่วงนี้ก็เป็นฤดูร้อนแล้ว ออนเชื่อว่าสาวๆหลายๆคนคงจะอยากไปเท่ี่ยวทะเล เที่ยวคลายร้อนกันอย่างแน่นอนซึ่งลุคการแต่งหน้าในหน้าร้อนคงหนีไม่พ้นการแต่งผิวให้ดูเป็นผิวสีน้ำผึ้ง เหมือนผิวที่อาบแดดมาอ่อนๆดังนั้นวันนี้ออนจึงมีตัวช่วยในการแต่งหน้าได้ในลุคที่เป็น Summer มาให้ดูกันนั่นเองวันนี้ไอเท็มที่เลือกมาเป็น Beautilicious La Vie En Rose รุ่นที่ 2 ที่พึ่งออกมาได้ซักพัก ต้อนรับกับลมร้อนในประเทศไทยบ้านเรา Beautilicious La Vie En Rose Letter D’Amour เมื่อเปิดออกมา จะเห็น Instuction ที่มาพร้อมกับรูปและคำอธิบายในการปัดบลัชออนให้ได้ดูกันซึ่งคำอธิบายจะเป็นความรู้เบสิกในการแต่งหน้านั่นเอง คือคนที่มีใบหน้ากลม และต้องการปัดบลัชออน เพื่อช่วยพรางให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นนั้น จะต้องปัดบลัชออนในแนวเฉียงขึ้นไปประมาณ 45 องศา โดยปัดผ่านจากตรงโหนกแก้มเฉียงไปทางใบหูสำหรับคนที่มีใบหน้ายาว สามารถปัดบลัชออนในแนวขวางได้เลย โดยลากจากกึ่งกลางโหนกแก้มออกไปทางใบหู วิธีนี้จะช่วยทำให้ใบหน้าที่เรียว ดูมีแก้มมากขึ้น สำหรับในสีของบลัชออน จะเป็นแบบ Duo Blush นั่นเอง คือมี 2 สีในตลับเดียวโดยสีด้านขวาจะเป็นสีชมพูนมตุ๊กตา และสีด้านซ้ายเป็นสีชมพูอมน้ำตาล ซึ่งหลังจากที่ได้ลองใช้แล้วรู้สึกว่าเป็นพาเล็ทที่พกพาง่ายเลยเพราะในระหว่างวัน เราสามารถปัดสีชมพูเดี่ยวๆเพื่อลุคใสๆสบายๆ และเติมสีที่เข้มขึ้น เพื่อเปลี่ยนลุคให้เหมาะกับ Night out look ได้นอกจากนี้ถ้าใครกลัวว่าใช้สีชมพูเดี่ยวๆจะไม่เข้ากับตัวเอง เพราะผิวสีน้ำผึ้ง หรือผิวอมเหลือง ก็สามารถใช้สีชมพูอมน้ำตาลในด้านขวามือมาปัดผสมกับสีชมพูนมตุ๊กตา เพื่อให้ได้ลุคที่ดูแทนขึ้น และดูเข้ากับ Summer มากขึ้นก็ได้ สำหรับเม็ดสีชองบลัชออน ก็จะแน่นเหมือนกับ Beautilicious La Vie En Rose จากในคอลเลคชั่นแรก สีติดทนนาน และเม็ดสีชัดเจนทำให้ไม่ต้องปัดหลายๆครั้ง แนะนำว่าก่อนที่จะปัด ควรเคาะแปรงบลัชออนซักนิดนึง เพื่อให้บลัชออนส่วนเกินหลุดออกไป และเวลาปัดจะไม่ทำให้สีติดหน้าจนดูชัดจนเกินไปวันนี้ออนก็มาพร้อมกับ Summer Item ที่ออนอยากแนะนำเล็กๆน้อยๆให้กับทุกคนที่อ่านกันนะคะเดี๋ยวกลับมาเจอกันใน Review หน้านะคะDisclaimer : ออนได้รับผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้จากทาง Beautilicious ส่งมาให้ลอง ซึ่งออนได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง และความคิดเห็นจากการเขียน Review ของออนมาจากความรู้สึกหลังการใช้จริงค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นแต่ละคนมีความชอบที่ต่างกันออกไป ดังนั้นก่อนการตัดสินใจ ควรหาข้อมูลหรือไปลองด้วยตัวเองจะดีที่สุดค่ะ เพราะผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นก็ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละคนแตกต่างกันออกไปขอบคุณค่ะ
by onnbaby | 725 views
9 May 10:26
Sigma Travel Kit Nice in Pink
by onnbaby | 62 views
9 May 09:15
259 review(s)
<1 2 3 4 5 6 ... 44 >
EarPro Fleece Ear Warmers Very warm! (Black) $3.48 Hollywood Solid Pashimina Scarf $9.99 - $11.99 Gold Toe Men's Metropolitan Dress ...
< >